Home ข้อคิด เรื่องที่ควรรู้ไว้ หากเกิดโดนรถชนบ่อย เรียกเงินก้อนโตได้จากประกัน

เรื่องที่ควรรู้ไว้ หากเกิดโดนรถชนบ่อย เรียกเงินก้อนโตได้จากประกัน

21 second read
Comments Off on เรื่องที่ควรรู้ไว้ หากเกิดโดนรถชนบ่อย เรียกเงินก้อนโตได้จากประกัน
0
2,923

วันนี้เราอยากที่จะพาเพื่อน ๆ ไปเรียนรู้สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการใช้รถใช้ถนน กับบทความ เรื่องที่ควรรู้ไว้ หากเกิดโดนรถชนบ่อย เรียกเงินก้อนโตได้จากประกัน ไปดูกันว่าเมื่อถูกรถชนเราจะต้องดำเนินการอย่างไร

อุ บั ติ เ ห ตุ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เสมอ และไม่เลือ กสถานที่ ทุกเหตุการณ์จะเกิดขึ้นเพราะความประมาท ไม่ระวังตัว แม้กระทั่งบนท้องถนน ด้วยปัจจุบัน มีผู้คนที่ใช้รถ และมีชีวิตอยู่บนถนน มากกว่าอยู่บ้าน หรือที่ทำงาน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ในทุกๆวันที่ใช้รถ

สิ่งสำคัญที่เรามีสำหรับคนใช้รถนั้น ก็คือ ประกันรถยนต์ เพื่อเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนต่างๆ เมื่อเกิดอุ บั ติ เ ห ตุ ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น แต่เราก็จะได้เพียงค่าซ่อมรถของเรา และคู่กรณี ส่วนในระหว่างที่ไม่มีรถใช้ก็จะลำบากหน่อย เพราะต้องเสียค่าเดินทางเอง แต่รู้หรือไม่ว่านอ กจากค่าซ่อมรถ เรายังสามารถที่จะเรียกร้องในส่วนที่เราต้องเสียเวลาไปด้วย

คุณ Somchet J.Mhin ได้โพส แ ช ร์ ป ระ ส บ ก า ร ณ์ ผ่ า นทาง Platform Facebook โดยมีเนื้อหาใจความว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อหล า ยปีก่อน ตัวเขาเองได้ถูกรถคู่กรณีวิ่งมาชนตรงส่วนของท้ายรถ ในขณะกำลังหักรถเลี้ยวเข้าบ้าน ซึ่งต้องใช้เวลาในการซ่อมรถนานถึง 2 เดือน เพราะบริษัทประกันของคู่กรณีบ่ายเบี่ยงพูด

มีจุดประสงค์เพื่อปัดความรับผิดชอบ แน่นอนว่าเกิดขึ้นได้ในวงการนี้ เขาจึงเกิดความไม่พอใจเป็นอ ย่ า งมาก เพราะทำให้เขาเสียเวลาต้ปๆองมาฟังการพูดจาบ่ายเบี่ยงของบ.ประกันคู่กรณี ที่จะไม่ยอมเสียค่าซ่อมรถให้เขา เขาจึงเกิดความรู้สึกที่อ ย า กเอาคืน เพื่อให้สำนึกและหลาบจำ และเขาก็ได้ลงมือทำมันอ ย่ า งจัดเต็ม

เมื่อถึงเวลาที่รถซ่อมเสร็จแล้ว เขาจึงทำการขอเคลมประกันในส่วนข า ดผลประโยชน์ 45 วันที่ไม่มีรถใช้ ซึ่งเขาได้เรียกเป็นเงิน 1,000 บาท/วัน และค่าเสื่อมสภาพของรถ รวมแล้วเป็นเงินสูงถึงเกือบ 6 หมื่นบาท เล่นเอาบ.ประกันของคู่กรณีต้องอึ้ง และรีบขอต่อรองที่จ่ายในจำนวนเงิน 20,000 บาท เมื่อเกิดการต่อรองกันเกิดขึ้นจึงจบที่จำนวนเงิน 25,000 บาท เขาก็ยอมตกลงเพราะเบื่อที่จะต่อปากต่อคำกันเสียเต็มประดา ยังไงก็ถือว่าได้อยู่ดีไม่เสียห า ยอะไร

เข า ยกเรื่องนี้มาเพื่อให้ไว้เป็นกรณีศึกษา เป็นอุทาหรณ์สำหรับคนที่ใช้รถใช้ถนน ว่าเมื่อเกิดอุ บั ติ เ ห ตุ ขึ้นแล้วเราเป็นฝ่ายถูก นอ กจากที่บ.ประกันคู่กรณีต้องรับผิดชอบซ่อมแซมรถให้เราแล้ว เรายังสามารถเรียกค่าสินไหมทดแทนค่าข า ดประโยชน์ จากการที่ไม่มีรถใช้ระหว่างซ่อมได้ด้วย แต่หากเราเป็นฝ่ายผิด ทางคู่กรณีก็สามารถที่จะเรียกค่าสินไหมค่าข า ดผลประโยชน์จากบ.ประกันของเราได้เช่นเดียวกัน

และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนส่วนน้อยเท่านั้นที่จะรู้ จึงทำให้บ.ประกันได้รับผลประโยชน์ตรงส่วนนี้ไปเป็นจำนวน มาก แน่นอนว่าบ.ประกันจะไม่มาชี้แจงให้เราทราบหรอ ก เพราะว่าไม่อ ย า กต้องมารับผิดชอบค่าใช้จ่ายตรงส่วนนี้ ก็จะทำเนียนๆให้จบๆไป ดังนั้นเมื่ออุ บั ติ เ ห ตุ เกิดขึ้นอ ย่ า เสียรู้บ.ประกันโดยเด็ดข า ด ให้เรียกร้องค่าสินไหมทดแทนค่าข า ดประโยชน์มาด้วย เพราะมันเป็นสิ่งที่เราควรได้รับ

ต่อมาคุณ Somchet J.Mhin ยังโพสให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเอกส า ร ต่างๆที่จะต้องใช้ประกอบการเรียกค่าเสียห า ย ค่าสินไหม และค่าอื่นๆ ว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง และตัวอ ย่ า งในการเขียนขอค่าสินไหม ซึ่งมีดังนี้

1 สำเนาใบเคลม

2 สำเนาใบรับรถ ( ได้จากอู่ที่เรานำรถไปซ่อม ซึ่งต้องมีรายละเอียดของค่าใช้จ่าย และลงวันที่รับรถไว้อ ย่ า งชัดเจน )

3 สำเนาทะเบียนรถ ( เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่าใครเป็นเจ้าของรถ หากรถติดไฟแนนซ์อยู่ ก็ให้เอาสำเนาสัญญาไฟแนนซ์แนบไปด้วย )

4 สำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของรถ

5 หนังสือมอบอำนาจ หากผู้เป็นเจ้าของไม่ได้ทำเรื่องเอง

6 ใบเสร็จค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่มีเกิดขึ้นในระหว่างที่เราไม่ได้ใช้รถ อ ย่ า งเช่น ค่ารถ ค่าแท็กซี่ ( ดังนั้นควรขอเก็บไว้ด้วยนะ )

7 จดหมายคำร้องขอค่าข า ดผลประโยชน์ มีข้อความดังตัวอ ย่ า งต่อไปนี้

วันที่ 18 กัน ย า ยน 2558

เรื่อง ขอเรียกสินไหมค่าข า ดประโยชน์จากการใช้รถระหว่างซ่อม

เรียน แผนกสินไหมทดแทน บริษัท XXX ประกันภั ย จำกัด ( มหาชน )

เอกส า ร แนบ

1 สำเนาใบเคลม

2 สำเนาใบรับรถ

3 สำเนาทะเบียนรถ

4 สำเนาบัตรประชาชน

ข้าพเจ้า นาย ( ระบุชื่อนามสกุลจริงให้ชัดเจน ) เป็นเจ้าของรถยนต์ ( บอ กรุ่น ยี่ห้อ ) หมายเลขทะเบียน ( ทะเบียนรถ จังหวัด ) ถูกรถยนต์ ( บอ กรุ่น ยี่ห้อของคู่กรณี ) บริษัท XXX ประกันภั ย จำกัด ( มหาชน ) หมายเลขทะเบียนคู่กรณี ( ทะเบียนรถ จังหวัด ) เลขกรมธรรม์ ( คู่กรณี ) ชนท้ายที่ ( ระบุสถานที่เกิดเหตุ ) เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2558

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้รถของข้าพเจ้ามีความเสียห า ย ดังนี้

1 กันชนหลังบุบ และฉีก

2 ฝาปิดท้ายบุบบี้

3 บังโคลนหลังซ้าย ขวาบุบ

4 แผงท้ายบุบ

5 ไฟท้ายซ้าย ขวาแตก

6 ไฟทับทิมซ้าย ขวาแตก

7 ท่อไอเสียแตก

ข้าพเจ้าจึงได้นำรถยนต์เข้าซ่อมที่อู่แห่งหนึ่ง ชื่อว่า อู่ของบริษัท XXX ซึ่งเป็นอู่ที่อยู่ในเครือของบริษัทประกัน XXX ในวันที่ ( ลงวันที่ให้ชัดเจน ) และซ่อมเสร็จในวันที่ ( ลงวันที่ให้ชัดเจน ) โดยใช้ระยะเวลาในการซ่อมรวมทั้งสิ้น ( ระบุจำนวนวันที่ส่ งรถซ่อม )

ข้าพเจ้าทำงานในฐานะผู้บริหารบริษัท XXX โดยปกติแล้วจะต้องใช้รถยนต์สำหรับการติดต่อลูกค้าทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑลทุกวัน โดยใช้ระยะทางประมาณ 100 ถึง 200 กิโลเมตรต่อวัน ในระหว่างที่นำรถเข้าซ่อมที่อู่นั้น ข้าพเจ้าจำเป็นจะต้องเช่ารถ และใช้บริการรถแท็กซี่ในการเดินทาง และมีความไม่สะดวกในการเดินทางเป็นอ ย่ า งมาก

ดังนั้นแล้วจึงขอเรียกค่าสินไหมทดแทนดังต่อไปนี้

1 ค่าข า ดประโยชน์จากการใช้รถ 1,000 บาทต่อวัน เป็นระยะเวลา XX วัน รวมทั้งสิ้นเป็นจำนวนเงิน XXXXX บาท

2 ค่าเสื่อมสภาพจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 10,000 บาท

เมื่อคุณ Somchet J.Mhin ได้โพสเรื่องราวเหล่านี้ลงโซเชียล ปรากฎว่ามีค น แ ช ร์ ต่ อ ไปมากกว่า 10,000 ครั้ง ทำหใ้เราได้รู้ว่า คนที่ไม่ทราบถึงผลประโยชน์ในเรื่องนี้นั้นยังมีอยู่เป็นจำนวน มาก

ดังนั้นหากรู้แล้ว ต่อไปเมื่อเกิดอุ บั ติ เ ห ตุ ทางรถยนต์ในกรณีที่เราเป็นฝ่ายถูก ก็อ ย่ า ลืมที่จะเรียกร้องเอาสินไหมค่าข า ดประโยชน์ไว้ด้วย จะได้ไม่เสียสิทธิ์ในสิ่งที่ควรจะได้รับ อ ย่ า เสียรู้บริษัทประกันโดยเด็ดข า ด อ ย่ า คิดว่ามันเป็นสิ่งที่ยุ่ง ย า ก หากต้องยื่นเรื่องเพื่อขอสินไหมทดแทน เพราะสิ่งที่ได้รับกับมานั้น มันคุ้มค่าพอที่จะเสียเวลาทำมันลงไป

ที่มา Sabidee, krustory

Load More Related Articles
Load More By yakkinn999
Load More In ข้อคิด
Comments are closed.

Check Also

5 วิ ธีดูทุเทียน สุก พร้อมทานอร่อย

วันนี้เราอย ากที่จะพาเพื่อนๆ ไปเรียนรู้วิธีการสังเกตทุเรียนสุก กับบทความ 5 วิ ธีดูทุเทียน …